จัดการเงินก้อนเกษียณดี…ก็สานต่อเพิ่มความต่อเนื่องของทุกความสุข

โดย : กองทุนบัวหลวง

มีหลายงานวิจัยที่เผยแพร่ออกมาเกี่ยวกับเรื่อง “ต้องเตรียมเงินเท่าไรสำหรับไว้ใช้ยามเกษียณ” ซึ่งจริงก็คาดกันได้ยากเพราะต้องถามกันว่าอยากใช้ชีวิตแบบไหนหลังเกษียณ บางคนอาจจะมีความจำเป็นต้องใช้เพียงเดือนละ 20,000 บาท บางคนก็บอกว่าเดือนละ 100,000 บาท

แต่ถ้าคิดกันง่ายๆ ถ้าเราเกษียณกันที่อายุ 60 ปี แล้วเราคาดว่าต้องมีเงินใช้เดือนละ 20,000 บาท สมมุติว่าถ้าอีก 40 ปีเราต้องมีเงินก้อนในบัญชีไม่ต่ำกว่า 9 ล้านบาทจึงจะพอใช้ และถ้าต้องการไลฟ์สไตร์ชีวิตที่สบายก็ต้องมีเงินถึง 48 ล้านบาทจึงจะมีเงินใช้เดือนละแสนบาท

คำถามที่สำคัญ คือ ไม่ว่าเราจะต้องการมีชีวิตอย่างไร  และเตรียมตัวมาได้ดีเพียงใด เงินก้อนที่เรามีไว้นี้กำลังจะหายไปทุกๆ เดือน เพราะมีการนำมาใช้ และปัญหาที่ทับถมเข้ามาคือ แต่ละปีเงินที่เราคาดหวังว่าจะใช้เดือนละ 20,000 บาทจะไม่พอไปเรื่อย เพราะของแพงขึ้นทุกวัน นี่แหละที่จะทำให้เงินก้อนที่เราเตรียมไว้จะไม่พอใช้เมื่อถึงเวลานั้นๆ ซึ่งจากภาพประกอบจะเห็นว่า ถ้าอัตราเงินเฟ้อเฉลี่ยปีละ 3% เงินก้อนที่เก็บไว้จะพอไว้ใช้แค่ 26 ปี ไม่ถึง 40 ปีตามที่ตั้งใจไว้ ทางออกในการทำให้เงินก้อนของเราเพิ่มพูนขึ้นเพื่อให้ทันกับเงินที่ลดลงทุกปีก็ดูมีทางเลือกไม่มากนัก คนส่วนมากมักจะคิดถึงเรื่องการฝากเงินเป็นตัวเลือกต้นๆ แต่ปัญหาคือ ถ้าอัตราดอกเบี้ยไม่ได้สูงกว่าเงินเฟ้อก็ไม่พอตามที่ตั้งใจอยู่ดี ตัวอย่างเช่น ฝากเงินได้ 1.5% ต่อปีทุกปี ดอกเบี้ยที่ได้ก็เพียงช่วยให้มีเงินใช้เพียง 32 ปี

ดูเหมือนความสุขที่ปูทางไว้จะสะดุดระหว่างทาง ถ้าเรายังคิดว่าการเก็บเงินก้อนให้ปลอดภัยที่สุดเป็นทางออกที่ตอบว่าใช่ การลงทุนแบบกระจายลงทุนหลายๆ สินทรัพย์ที่ลงทุน ดูเป็นเหมือนทางเลือกที่เป็นไปได้มากที่สุดในการที่ทำให้เงินก้อนที่มีอยู่เพิ่มขึ้นได้ แต่ปัญหาสำคัญที่ทำให้คนส่วนมากตะขิดตะขวงใจที่จะเลือกทางเลือกนี้ ด้วยสาเหตุหลายอย่าง ได้แก่ ไม่เข้าใจเลยว่าทรัพย์สินที่จะไปลงทุนคืออะไร ที่สำคัญ “ขาดทุน” เป็นสิ่งที่รับไม่ได้และทำให้นอนไม่หลับ ซึ่งเรื่องนี้ถือเป็นปัญหาระดับประเทศแล้ว เพราะแม้แต่สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (สำนักงาน ก.ล.ต.) ก็ยังต้องออกมารณรงค์ในเรื่องนี้อย่างจริงจัง เพราะมองแล้ว เงินก้อนนี้สามารถที่จะพักไว้ได้ในระยาวระดับหนึ่ง ซึ่งการลงทุนนี่แหละจะเป็นโอกาสหนึ่งที่ช่วยให้คนเกษียณสามารถอยู่ได้อย่างเป็นสุข

กองทุนรวมก็ถือเป็นทางเลือกหนึ่งที่ทางการนำเสนอเป็นทางเลือกแก่คนไทย ซึ่งถึงแม้กองทุนรวมจะไม่ได้มาเพื่อทำให้ความเสี่ยงจากการลงทุนหายไป แต่ด้วยการมีผู้จัดการกองทุนเป็นผู้เชี่ยวชาญช่วยลงทุน มีหน่วยงานที่พร้อมอธิบายสร้างความเข้าใจถึงการลงทุน และกองทุนก็มีประเภทกองผสมที่กระจายการลงทุนในสินทรัพย์ต่างๆ ก็จะทำให้คลายความกังวลใจได้เปาะหนึ่งดีกว่าไปไล่ลงทุนเองตามคำบอกเล่าหรือชักชวน

กองทุนบัวหลวงเอง เรามีกองทุนที่จัดตั้งสำหรับผู้ลงทุนวัยเกษียณอยู่สองกองทุน ได้แก่ กองทุนรวม B-SENIOR และกองทุนรวม B-SENIOR-X ในที่นี้จะยังไม่ขอเปรียบเทียบว่าทั้งสองกองทุนต่างกันอย่างไร แต่จะขอก้าวไปที่ประโยชน์ของกองทุนว่าสามารถเพิ่มโอกาสให้ความสุขในวัยเกษียณไม่สะดุด ได้อย่างไร

กองทุนรวม B-SENIOR เป็นตัวอย่างที่ดีในที่นี้ เพราะเป็นกองทุนรวมที่จัดตั้งผ่านร้อน ผ่านหนาว มาพอสมควรด้วยอายุกองทุนมากกว่า 5 ปี กับนโยบายลงทุนที่เน้นลงทุนในตราสารหนี้ ขณะที่จะมีการกระจายลงทุนในตราสารทุน (เช่น หุ้น) กองทุนรวมทองคำ กองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน เป็นต้น

ผลตอบแทนของกองทุนรวม B-SENIOR ถึงแม้จะมีกระจายลงทุนและเน้นตรสารหนี้ซึ่งมีความเสี่ยงระดับต่ำ แต่ก็ยังมีความผันผวนในระหว่างทางลงทุนบ้าง แต่ในระยะยาวที่เหมาะกับเงินก้อนที่ทยอยใช้ก็มีโอกาสเพิ่มพูนเงินได้

ผลการดำเนินงานเทียบกับเกณฑ์มาตรฐาน ณ 31 มกราคม 2562

*เกณฑ์มาตรฐาน ประกอบด้วย การคำนวนผลตอบแทนจากสัดส่วนในสินทรัพย์ต่าง ดังนี้ 50% ของดัชนี ThaiBMA Zero Rate Return (ZRR) อายุ 1 ปี, 20% ของ SET Total Return (ผลตอบแทนโดยรวมของดัชนีที่รวมเงินปันผล), 20% ของดอกเบี้ยเงินฝากประจำ 1 ปี วงเงิน 1 ล้านบาท เฉลี่ยระหว่าง ธ.กรุงเทพ ธ.กสิกรไทย ธ.ไทยพาณิชย์, 5% ของ LBMA Gold Price PM ในสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐฯ ปรับด้วยอัตราแลกเปลี่ยนเพื่อคำนวณผลตอบแทนเป็นสกุลเงินบาท ณ วันที่คำนวณผลตอบแทน และ 5% ของดัชนีผลตอบแทนรวมของกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (PF & REIT Total Return Index)

คำเตือน : ผู้สนใจลงทุนควรศึกษาข้อมูลกองทุน เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยง ก่อนตัดสินใจลงทุน และผลการดำเนินงานในอดีตของกองทุนรวม มิได้ยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต

กองทุนรวม B-SENIOR ถึงแม้จะพยายามลงทุนเน้นตราสารหนี้ ซึ่งถึงแม้ส่วนมากจะให้ผลตอบแทนกว่าการฝากเงินบ้าง แต่อย่างไรก็ตามก็ไม่เพียงพอต่อการเพิ่มพูนผลตอบแทนเพื่อเอาชนะเงินเฟ้อได้เสมอไป ทำให้กองทุนต้องหาโอกาสเพิ่มผลตอบแทนจากหุ้นหรือเงินปันผลจากสินทรัพย์อื่นๆ ซึ่งก็เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ราคาหน่วยลงทุนของกองทุน B-SENIOR ในช่วงบางเวลามีความผันผวนได้

ผลการดำเนินงานย้อนหลัง ณ 31 มกราคม 2562 จะพบว่าในช่วงปีที่ผ่านมาที่ตราสารลงทุนต่างๆมีความผันผวนมาก ก็ดึงให้ผลตอบแทนย้อนหลังระยะสั้นติดลบได้ แต่สำหรับเงินที่มีโอกาสลงทุนระยะยาวแล้ว เรามามองที่ผลตอบแทนย้อนหลัง 5 ปี ก็จะพบว่าสามารถให้ผลตอบแทน 3.67% ซึ่งสูงกว่าเงินเฟ้อ และทำให้ไม่เพียงแต่ทำให้บรรลุเป้าหมายการใช้เงินไปอีก 40 ปี แต่จะสามารถเพิ่มความต่อเนื่องของความสุขไปอีก 4 ปี เป็น 44 ปี

ทั้งหมดนี้ก็เพื่อฉายภาพถึงความจำเป็นที่ต้องดูแลเงินก้อนนี้ให้ดี เพราะถ้าจัดการได้ดีไม่ใช่แค่การวางแผนการใช้เงินหลังเกษียณจะสำเร็จสมหวังแล้ว แต่ยังจะเพิ่มพูนขึ้นอีกด้วย นี่แหละครับที่เรียกว่า “การลงทุนเพื่อสานต่อเพื่อความต่อเนื่องของทุกความสุข”

February 8, 2019