ปอดอักเสบ อย่าปล่อยให้รุนแรง

โดย…ศ.เกียรติคุณ นพ.สว่าง แสงหิรัญวัฒนา ผู้อำนวยการอาวุโส ศูนย์โรคปอดและระบบทางเดินหายใจ โรงพยาบาลกรุงเทพ

จากสถานการณ์โรคระบาดที่สร้างความกังวลให้กับประชาชน เกี่ยวกับเรื่อง ปอดอักเสบจากเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ การไม่ตื่นตระหนกและรับฟังข้อมูลจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หรือแพทย์ที่มีประสบการณ์ ก็จะช่วยสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับสถานการณ์และโรคที่เกิดขึ้นได้ เพื่อเป็นการระมัดระวังและป้องกันอีกทางหนึ่ง

ทั้งนี้ โรคปอดอักเสบ ทำให้กระบวนการแลกเปลี่ยนออกซิเจนทำงานได้ไม่ดี ส่งผลต่อระบบทางเดินหายใจ ทำให้หายใจอึดอัด หายใจลำบาก มีระดับความรุนแรงตั้งแต่รุนแรงน้อยไปจนถึงรุนแรงมากถึงขั้นเสียชีวิต เพราะฉะนั้นหากมีอาการผิดปกติควรรีบเข้าพบแพทย์เพื่อทำการตรวจและรักษาตามขั้นตอน จะช่วยบรรเทาอาการให้หายได้ในเร็ววัน

โรคปอดอักเสบหรือโรคปอดบวม เป็นการอักเสบของเนื้อปอดและหลอดลม โดยเกิดขึ้นได้จาก 3 สาเหตุหลักคือ 1) การติดเชื้อ ได้แก่ เชื้อแบคทีเรีย ได้แก่ เชื้อนิวโมค็อกคัส (Pneumococcus) เชื้อไวรัส ได้แก่ ไข้หวัดใหญ่ เชื้อไวรัสซาร์ส (SARS Virus) อื่นๆ ได้แก่ เชื้อรา พยาธิ ฯลฯ

2) การไม่ติดเชื้อ ได้แก่ สำลักเศษอาหารเข้าไปในปอด หายใจเอาควัน ฝุ่น เข้าไปในร่างกายในปริมาณมาก

3) การแพ้ภูมิตัวเอง ภูมิต้านทานต่ำ ได้แก่ ผู้ป่วยโรคเอสแอลอี (SLE) ทารกคลอดก่อนกำหนด ทารกแฝด เด็กขาดสารอาหาร ผู้สูงอายุ ผู้ป่วยพิษสุราเรื้อรัง ผู้ป่วยเอดส์ ผู้ป่วยเบาหวาน ผู้ที่กินยาสเตียรอยด์นานๆ หรือ ในบางกรณีอาจเกิดจากโรคแทรกซ้อนของไข้หวัด ไข้หวัดใหญ่ ทอนซิลอักเสบ หัด อีสุกอีใส ไอกรน เป็นต้น

ข้อมูลจากเว็บไซต์ BBC ไทยแลนด์ สรุปถึงที่มาของโรค โดยทางการจีนยืนยันเมื่อวันที่ 31 ธ.ค. ปีที่แล้ว เกิดการระบาดของเชื้อไวรัสสายพันธุ์ใหม่ในเมืองอู่ฮั่น ซึ่งมีประชากรกว่า 11 ล้านคน ภายหลังมีการเก็บตัวอย่างไวรัสจากคนไข้นำไปวิเคราะห์ในห้องปฏิบัติการ ในเวลาต่อมาจีนและองค์การอนามัยโลก (WHO) ได้ระบุชื่อเรียกของไวรัสชนิดนี้ว่าคือ “ไวรัสโคโรนา”

ไวรัสโคโรนา มีทั้งหมด 6 สายพันธุ์ ที่เคยเกิดการระบาดในมนุษย์ สำหรับไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ที่กำลังระบาดเป็นสายพันธุ์ที่ 7

คนไทยรู้จักไวรัสในตระกูลนี้มาแล้วจากโรค “ซาร์ส” หรือโรคทางเดินหายใจเฉียบพลันรุนแรง (SARS; Severe Acute Respiratory Syndrome) ซึ่งมีสาเหตุจากเชื้อไวรัสโคโรนาเช่นกัน พบการระบาดครั้งแรกปลายปี 2545 โดยเริ่มจากพื้นที่มณฑลกวางตุ้งของประเทศจีน ก่อนกระจายไปยังหลายประเทศ มีผู้เสียชีวิตจากโรคซาร์ส 774 คน จากจำนวนผู้ป่วย 8,098 คน

ไวรัสโคโรนาเป็นสาเหตุทำให้เกิดอาการตั้งแต่เป็นหวัดเพียงเล็กน้อยไปจนถึงการป่วยรุนแรงจนเสียชีวิต

“เมื่อเราพบไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ เราต้องการรู้ว่าอาการของโรครุนแรงแค่ไหน มันเป็นมากกว่าแค่ ‘อาการคล้ายไข้หวัด’ ซึ่งนั่นเป็นความน่ากังวล แต่อย่างไรก็ตาม ไวรัสชนิดนี้ไม่รุนแรงเท่ากับไวรัสซาร์ส” ศ.มาร์ก วูลเฮาส์ จากมหาวิทยาลัยเอดินเบอระ กล่าว

วิธีป้องกันหากต้องเดินทางในต่างประเทศ ควรหลีกเลี่ยงสถานที่แออัด หรือมลภาวะเป็นพิษ ไม่อยู่ใกล้ชิดผู้ป่วยที่มีอาการไอ จาม ถ้าเลี่ยงไม่ได้ควรใส่หน้ากากอนามัย

สำหรับผู้กลับถึงไทยภายใน 14 วัน ถ้ามี ไข้ และอาการระบบทางเดินหายใจ เช่น ไอ เจ็บคอ มีน้ำมูก หายใจเหนื่อยหอบ ให้สวมหน้ากากอนามัย และรีบพบแพทย์ทันที ควรแจ้งประวัติการเดินทาง เพราะเป็นประโยชน์ในการคาดการณ์ถึงโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อน ปอดบวม และอาการอื่นๆซึ่งรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิตได้

January 15, 2020