รู้จักกองทุนบัวหลวง

ข้อมูลบริษัท

บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนรวม บัวหลวง จำกัด (กองทุนบัวหลวง) ได้รับใบอนุญาตจดทะเบียนจากกระทรวงการคลังให้ประกอบธุรกิจหลักทรัพย์ประเภทกิจการจัดการลงทุนในปี 2535 โดยมีทุนจดทะเบียน 100 ล้านบาท (ชำระเต็มมูลค่าแล้ว)

ปัจจุบันกองทุนบัวหลวง ดำเนินธุรกิจครอบคลุมทั้งในส่วนจัดการลงทุน ได้แก่ กองทุนรวม กองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน กองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์และสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์ กองทุนส่วนบุคคล และกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ และรวมไปถึงธุรกิจทรัสตีให้กับกองทรัสต์

จากข้อมูลของสมาคมบริษัทจัดการลงทุน ณ วันที่ 31 มกราคม 2562 กองทุนบัวหลวงมีทรัพย์สินภายใต้การจัดการประมาณกว่า 7 แสนล้านบาท

กองทุนบัวหลวง เป็นกองทุนที่มีแนวทางการลงทุนที่ชัดเจน และสืบทอดต่อเนื่องมากตลอด 26 ปี ทำให้กองทุนบัวหลวงเป็นแห่งแรกในประเทศไทยที่ ได้รับรางวัล บริษัทจัดการกองทุนยอดเยี่ยม ประเภทการลงทุนหุ้นภายในประเทศ (Domestic Equity) จาก บริษัท มอร์นิ่งสตาร์รีเสิร์ซ (ประเทศไทย) จำกัด และได้รับรางวัลดังกล่าง 3 ปีติดต่อกัน ได้แก่ ปี 2558 ปี 2559 และ ปี 2560 อีกทั้งกองทุนบัวหลวงยังเป็นบริษัทที่ได้รับรางวัลในการบริหารกองทุนต่างๆ อย่างต่อเนื่องตลอดกว่า 10 ปี

กองทุนรวมตราสารทุน ของกองทุนบัวหลวง ซึ่งไม่ได้มีกองทุนพิเศษจากทางการ แต่ในช่วงประมาณ 10 ปีที่ผ่านมา ขนาดของมูลค่าทรัพย์สินของกองทุนตราสารทุนภายใต้การจัดการเพิ่มขึ้นกว่า 2 แสนล้านบาท

นอกจากนี้ กองทุนบัวหลวงยังมีมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนประเภทหุ้นระยะยาว (LTF) และกองทุนหุ้นเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF) เป็นอันดับหนึ่งของอุตสาหกรรมกองทุนรวม ด้วยขนาดกองทุนเกินกว่า 1 แสนล้านบาท และ เกินกว่า 7 หมื่นล้านบาท ตามลำดับ

และด้วยเป้าหมายของบริษัทที่ต้องการให้ “ครอบครัวไทยมีความมั่นคงทางการเงิน” กองทุนบัวหลวงจึงได้ริเริ่มโครงการเพื่อบรรลุเป้าหมาย เช่น การให้ความรู้ทางการเงินไปสู่ระดับครัวเรือน (Financial Literacy) โดยช่องทางของหน่วยงาน BF Knowledge Center ซึ่งสร้างสรรค์ผลงานที่เข้าใจง่ายและอยู่ในชีวิตประจำวันของคนไทย ผ่านการเข้าถึงได้หลากหลายสื่อ เช่น คลิปวีดิโอช่องทาง B-Youtubeและผ่านการจัดกิจกรรมในรูปแบบ workshop

นอกจากนี้ กองทุนบัวหลวงยังริเริ่ม การลงทุนแนวใหม่ที่ให้ผู้ถือหน่วยลงทุนได้ประโยชน์จากทั้งโอกาสรับผลตอบแทนจากการลงทุนควบคู่ไปกับการทำดีเพื่อสังคม ได้แก่ กองทุนรวมคนไทยใจดี (BKIND) และกองทุนบัวหลวงหุ้นธรรมาภิบาลไทย (B-THIAICG) เพราะทั้งสองกองทุน ค่าบริหารจัดการกองทุนจะแบ่งนำไปให้กับโครงการต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น โครงการเพื่อสังคม โครงการเพื่อสิ่งแวดล้อม โครงการสนับสนุนเรื่องการต่อต้านคอร์รัปชั่น และโครงการส่งเสริมให้มีบรรษัทภิบาลที่ดี ซึ่งขึ้นกับนโยบายของแต่ละกองทุน

อีกประเด็นหนึ่งที่กองทุนบัวหลวงตระหนักถึงความจำเป็นเร่งด่วน คือจะทำอย่างไรให้คนไทยวัยเกษียณสามารถสานต่อเพิ่มความต่อเนื่องของทุกความสุขได้ เพราะคนวัยเกษียณจำนวนหนึ่งจะได้รับเงินสะสมเป็นก้อนเพื่อใช้โดยไม่ได้มีเงินเข้ามาระหว่างทาง เว้นแต่จะมีงานเสริมพิเศษที่ทำได้ ซึ่งเงินก้อนนี้นอกจากจะทยอยลดลงเนื่องจากใช้จ่ายในชีวิตประจำวันแล้ว ราคาสินค้าและบริการที่แพงขึ้นทุกปีก็เป็นตัวเร่งให้เงินก้อนนี้หมดไปอย่างรวดเร็ว กองทุนรวมบีซีเนียร์สำหรับวัยเกษียณ (B-SENIOR) และกองทุนรวมบีซีเนียร์สำหรับวัยเกษียณ เอ็กซ์ตร้า (B-SENIOR-X) จึงได้รับการจัดตั้งขึ้นเพื่อเปิดโอกาสให้เงินก้อนนี้ได้รับการบริหารจัดการอย่างเหมาะสมกับคนวัยเกษียณ โดยมุ่งหวังให้ผลตอบแทนที่ได้สูงกว่าภาวะข้าวของราคาแพง ซึ่งหมายถึงการเพิ่มพูนของเงินก้อนนี้ให้มากขึ้น ซึ่งแน่นอนว่าการลงทุนก็มีความเสี่ยงของเงินลงทุนที่ผันผวนได้จึงเหมาะสมกับการวางแผนทยอยใช้เงินก้อนนี้เพื่อใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน (โปรดดูบทความ จัดการเงินก้อนเกษียณดี…ก็สานต่อเพิ่มความต่อเนื่องของทุกความสุข)

ทั้งหมดนี้เป็นเพียงส่วนหนึ่งที่กองทุนบัวหลวงมีความตั้งใจที่จะใช้ความสามารถในการจัดการบริหารกองทุน เพื่อตอบโจทย์อย่างสร้างสรรค์ในการทำให้คนไทยเพิ่มพูนความมั่งคั่งอย่างมั่นคง เพราะสิ่งเหล่านี้ก็เป็นส่วนหนึ่งที่สนับสนุนให้ครอบครัวไทยมีความมั่นคงไปด้วย

รู้จักกองทุนบัวหลวงมากขึ้น